MENU
[Workshop] เปิดรับสมัครหลักสูตรการแปล และล่ามภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานสำหรับ N3 (ครั้งที่ 3)

ชีวิตส่วนตัวไปด้วยกันได้กับการทำงาน (แปลไทย)

หัวข้อในครั้งนี้คือ “ชีวิตส่วนตัวไปด้วยกันได้กับการทำงาน”

ซึ่งดิฉันจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในสังคมไทยและ “บริษัทในอุดมคติในฐานะผู้บริหาร”

ดิฉันมองว่าคุณภาพของงานสำคัญกว่าระยะเวลาที่ใช้ในการทำงาน

และการทำงานต้องสมดุลกับชีวิตส่วนตัว ซึ่งดิฉันเองก็เคยบอกแบบนี้กับพนักงาน

บริษัทกำหนดเวลาทำงานไว้ก็จริง แต่ดิฉันจะบอกกับพนักงานที่มีตำแหน่งความรับผิดชอบสูงว่า

“การทำงานให้มีคุณภาพสำคัญกว่าระยะเวลาที่อยู่บริษัท จึงไม่ต้องยึดติดกับเวลา และถ้าควบคุมการทำงานของตัวเองได้

ก็สามารถกลับบ้านได้”

ที่ดิฉันคิดแบบนี้เพราะวิธีการทำงานรูปแบบเดิมที่พนักงานถูกควบคุมด้วยตารางเวลากำลังจะเปลี่ยนไป

เป็นแบบที่ไม่ต้องเข้าบริษัทแต่ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อรูปแบบทำงานของพนักงานเปลี่ยนไป ลักษณะของบริษัทก็จะเปลี่ยนไปด้วย

ดิฉันคิดว่าสี่งที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นในขณะนี้ กำลังจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทยในอนาคต

ดิฉันจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นโดยจะขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับ “การเลี้ยงดูบุตร”

ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานและมีลูกแล้ว มักจะลาออกจากบริษัท โดยมีเหตุผลหลักคือไม่มีใครดูแลลูก

และเด็กที่ Nursery ก็เต็มแล้วจึงไม่สามารถฝากลูกไว้ที่ Nursery ได้

เวลาทำงานของออฟฟิศที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็กำหนดให้เป็นเวลา 9.00-18.00 น.

ประกอบกับการหาสถานรับเลี้ยงเด็กได้ยาก จึงไม่สามารถทำงานได้แม้จะอยากทำก็ตาม

รัฐบาลญี่ปุ่นรณรงค์ให้มีบุตรแต่ Nursery และคุณครูกลับไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ ค.ศ.1994 ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดลดต่ำลง

(ค.ศ.2016 มีอัตราการเกิด 1.43 ต่อคน) ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลง

*สังคมผู้สูงอายุ คือ ประชากรที่อายุ 65 ปีสูงกว่า 14% ของประชากรทั้งหมด

นอกจากนี้คนวัยทำงานก็ยังลดจำนวนลงกว่าที่ผ่านมา คนที่มีบุตรก็ต้องออกจากงานไปเลี้ยงดูบุตร จึงไม่มีคนทำงาน

เมื่อจำนวนคนทำงานลดลง ก็ไม่สามารถบริหารงานได้ สุดท้ายก็อาจทำให้ประเทศชาติขาดความมั่นคง

ในปัจจุบันบริษัทที่ญี่ปุ่นจึงเริ่มมีระบบที่สามารถเลี้ยงดูบุตรควบคู่ไปกับการทำงานได้

โดยบริษัทจะต้องเป็นผู้นำและกำหนดให้มีวิธีการทำงานหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

  • เป็นพนักงานประจำแต่สามารถทำงานที่บ้านได้
  • พนักงานสามารถกำหนดเวลาเข้างานและกลับบ้านได้
  • ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ แต่สามารถทำผลงานได้

ดิฉันคิดว่าประเทศไทยก็อาจเข้าสู่ภาวะเดียวกัน

ทั้งนี้เนื่องมาจากอัตราการเกิดที่ลดต่ำลง ประเทศไทยมีอัตราการเกิดอยู่ที่ 1.4 ต่อคน

ซึ่งน้อยกว่าญี่ปุ่นที่มี 1.43 ต่อคน จึงเห็นได้ชัดว่าครอบครัวส่วนใหญ่มักมีลูกคนเดียว

ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2022) คนที่อายุ 65 ปีจะมีจำนวนสูงกว่า 14% ของจำนวนประชากร

ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีอัตราการเกิดต่ำ

ซึ่งอาจสรุปได้ว่าเมื่อคนวัยทำงานน้อย คนวัยทำงานจึงต้องทำงานหนักขึ้น

เพื่อนคนญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยเคยบอกดิฉันว่า “ที่เมืองไทยเราสามารถจ้างแม่บ้านได้ จึงสบายหน่อย”

แต่บ้านที่จ้างแม่บ้านได้มีน้อย ส่วนใหญ่พ่อแม่จะทำงานและช่วยกันเลี้ยงลูก

แสดงว่าผู้หญิงจะต้องรับภาระหนักขึ้นเมื่อต้องทำงานออฟฟิศและทำงานบ้านไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังอาจมีกรณีของ “การลาออกจากบริษัทเพื่อเลี้ยงลูก” เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น

ในที่นี้ ดิฉันเขียนเรื่อง “การลาออกจากบริษัทเพื่อเลี้ยงดูบุตร” ของคนญี่ปุ่น

แต่ยังมีกรณีของการลาออกจากบริษัทเพื่อดูแลพ่อแม่อีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ดังนั้นสำหรับ “บริษัทในอุดมคติในฐานะผู้บริหาร” ดิฉันจึงมีความเห็นดังนี้

ดิฉันคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะสร้าง “สภาพแวดล้อมที่สามารถทำงานได้ทุกสถานการณ์”

ในชิวีตของคนเรามี “เหตุการณ์สำคัญ” มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงาน มีลูก เลี้ยงลูก เจ็บป่วย และการดูแลพ่อแม่

เราทุกคนต้องประสบเหตุการณ์เหล่านี้ในชีวิต และถ้าเราอยากทำงานได้แม้จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น

ดิฉันคิดว่าเราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น กระชับเวลาทำงาน กำหนดเวลาทำงานด้วยตนเอง หรือแม้แต่ทำงานที่บ้าน

ดิฉันคิดว่าสาเหตุที่พนักงานลาออกจากบริษัทเป็นเพราะมีหน้าที่อื่นที่จำเป็นต้องทำเข้ามาในชีวิต

แต่เราไม่จำเป็นต้องทำงานในรูปแบบเดิม มีวิธีการทำงานอีกหลายรูปแบบ

แต่สิ่งนี้ ดิฉันไม่สามารถสร้างคนเดียวได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจของพนักงานทุกคน

และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ แม้จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไป แต่ผลงานยังต้องมีคุณภาพอยู่เสมอ

ดิฉันขอสรุปว่าเราต้อง win-win ทั้งสองฝ่าย ทั้งบริษัทและพนักงาน

เมื่อพนักงานมีความสุขก็จะสร้างสังคมที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

กรุณาคลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความภาษาญี่ปุ่นค่ะ

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!
สารบัญ