อาจจะดูปุบปับไปหน่อย แต่ดิฉันขอถามคำถามทุกท่านเลยนะคะ
“ช่วงนี้ได้เขียนหนังสือด้วยลายมือกันบ้างไหมคะ”
การใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานและการใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวัน
อาจทำให้รู้สึกว่าเราเขียนหนังสือด้วยลายมือกันน้อยลงกว่าเมื่อก่อน
ในการทำงาน มีหลายคนที่ต้องเขียนรายงานส่งทาง E-mail
และเสนอไอเดียต่างๆ ฯลฯ ด้วยคอมพิวเตอร์
หรืออาจมีหลายคนที่โดยส่วนตัวแล้วชอบใช้ฟังก์ชันบันทึกเตือนความจำในโทรศัพท์มือถือ
ดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
อย่างไรก็ตาม “การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ” กับ
“การเขียนด้วยลายมือ” จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะเขียนออกมาเหมือนกัน
แต่ “การใช้ฟังก์ชันของร่างกาย” มีความแตกต่างกัน
เพราะการเขียนด้วยลายมือจะใช้ฟังก์ชันของร่างกายมากกว่า
ถึงแม้ว่าจะคิดเรื่องเดียวกัน
แต่ “การเขียนด้วยลายมือ” จะทำให้เราได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่
ยิ่งมีการใช้ฟังก์ชันต่างๆ ของร่างกาย เราก็จะยิ่งจดจำได้ง่าย
เหมือนเป็นการฝังลงไปในจิตใต้สำนึก เช่น
ในการเรียนภาษาต่างประเทศ ต้องใช้การจดศัพท์และท่องจำใช่ไหมคะ
ดิฉันเป็นคนญี่ปุ่น ก็ต้องใช้การจดศัพท์และท่องจำในการเรียนภาษาไทยค่ะ
เมื่อถึงเดือนธันวาคมของทุกปี ดิฉันจะเขียนว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเวลาที่ผ่านไป
และในปีต่อไปเราต้องได้ทำอะไรบ้างโดยใช้รูปคำกริยาที่เป็นอดีต
โดยเขียนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า 1 ปี
ถ้าเขียนในเดือนธันวาคม 2561 จะเขียนเกี่ยวกับวันที่ 31 ธันวาคม 2562
และในเดือนธันวาคม 2562 จะเขียนเกี่ยวกับวันที่ 31 ธันวาคม 2563
และเมื่อย้อนกลับไปดู จะรู้ว่าสิ่งใดที่ยังทำไม่ได้ แต่ก็เห็นได้ว่า 90% ทำได้แล้ว
ในขณะที่เขียนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (อีก 1 ปีข้างหน้า)
ดิฉันกำลังมองมาที่ปัจจุบันจากมุมมองในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็น “การวางแผน” แล้ว
น่าแปลกที่การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่มีส่วนที่สำคัญเหมือนการเขียนด้วยลายมือ
ทำไมไม่ลองกลับมา “เขียนด้วยลายมือ” กันดูล่ะคะ
มาลองดูให้เห็นกับตาตัวเองว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ


