สวัสดีค่ะทุกท่าน
Essay ในครั้งนี้คือ “ความสำคัญของการกำหนดสิ่งที่จะไม่ทำ”
ในขณะที่ทำงานเรามักจะได้ยินคำว่า “การกำหนดสิ่งที่ต้องทำ”
“โฟกัสที่ประเด็นสำคัญ” ซึ่งในบางครั้งดิฉันก็พูดคำนี้ที่ออฟฟิศ
แต่ในครั้งนี้ดิฉันกล้าที่จะตั้งหัวข้อว่า “ความสำคัญของการกำหนดสิ่งที่จะไม่ทำ”
ดิฉันเข้าร่วมคลาสเรียนออนไลน์ที่ญี่ปุ่นทุกเย็นวันเสาร์
ซึ่งในคลาสเรียนนี้คนที่ร่วมเรียนจะถามคำถามกัน โดยมีคนถามดิฉันว่า
“ทำอย่างไรในการควบคุมตารางเวลาทั้งวัน”
ดิฉันจะขอเล่าส่วนของเขาก่อน
– ผู้ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 30 ต้นๆ
– ทำงานที่โรงพยบาล
– แต่งงานแล้ว มีลูก 2 คน
เขาถามคำถามดังกล่าวเพราะ
“มีสิ่งที่ต้องทำเยอะมากและมีสิ่งที่อยากทำเยอะเกินไป
แต่ถ้าเทียบความสำคัญดูแล้ว ทุกอย่างสำคัญหมด
สุดท้ายก็ไม่มีเวลาพอและทำทุกอย่างแบบครึ่งๆ กลางๆ”
เพราะสาเหตุนี้ ดิฉันจึงมาเล่าเรื่อง “การกำหนดสิ่งที่จะไม่ทำ”
เราทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ วันละ 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เกี่ยวกับอายุ เพศ สัญชาติ
และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จะใช้เวลาอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับการเลือกของเรา
สำหรับดิฉัน ดิฉันให้แม่บ้านทำงานบ้านมาตั้งแต่ปี 1999
ที่ดิฉันมาเมืองไทยและเริ่มทำงาน
ดิฉันตัดสินใจว่าจะไม่ทำงานบ้านโดยฝากการทำความสะอาด
และซักผ้าไว้กับมืออาชีพ ดิฉันทราบดีว่าต้องมีค่าใช้จ่าย
แต่ดิฉันให้แม่บ้านทำงานบ้านเพื่อให้ตัวเองมีเวลามากขึ้น
เพราะดิฉันคิดว่าเวลาที่มีอยู่มีค่ามาก
การไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตก็เช่นเดียวกัน
ตั้งแต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนไป
เพราะอะไรๆ ก็สามารถใช้บริการ Delivery ได้ ดิฉันจึงใช้บริการข้างนอกในการซื้อของ
ทัศนคติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดิฉันมองว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
และตัดสินใจที่จะไม่ทำงานบ้านเพื่อให้มีเวลา จึงต้องให้คนอื่นทำ
การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าการกำหนดสิ่งที่ต้องทำก็เป็นสิ่งสำคัญ
แต่การกำหนดสิ่งที่จะไม่ทำ จะทำให้เราได้ทำสิ่งที่อยากทำและก้าวหน้าต่อไปได้
ในครั้งนี้ดิฉันลองเล่าในมุมมองที่เปลี่ยนไป ดิฉันหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านค่ะ


