MENU
[Workshop] เปิดรับสมัครหลักสูตรการแปล และล่ามภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานสำหรับ N3 (ครั้งที่ 3)

จงเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถ้าคุณอยากรู้จักประเทศและคนในประเทศนั้น (แปลไทย)

คำพูดนี้เจ้าของอาคารที่เราอยู่ (นามสมมติว่าคุณ X) เคยบอกดิฉันไว้

ถ้าดิฉันได้พบเขา ดิฉันมักจะถามเรื่องต่างๆ จากเขา

เพราะเรื่องของเขาสนุกและน่าสนใจมาก

ก่อนอื่น ดิฉันขอแนะนำให้รู้จักคุณ X ก่อน คุณ X เป็นชายไทย

อายุประมาณ 60 ปี มีพี่น้อง 6 คน โดยเขาเป็นคนที่ 4

สมัยที่คุณพ่อของคุณ X อายุได้ 18 ปี (ปัจจุบันอายุ 100 ปี)

ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน

คุณ X จึงเกิดที่เมืองไทยซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 2

คุณ X ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจสิ่งทอ

ปัจจุบันคุณ X เป็น Partner ของบริษัทญี่ปุ่นในธุรกิจสิ่งทอและ

อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่ใครๆ ก็รู้จัก

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยที่ไทย คุณ X ก็ไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีและพี่น้องทุกคนก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

วันนั้นดิฉันเห็นคุณ X อยู่คนเดียว ดิฉันจึงเข้าไปทักและได้พูดคุยกัน

ดิฉันทราบว่าคุณ X มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลก

ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และมีความรู้ด้านศาสนาด้วย

ดิฉันจึงถามคุณ X ว่า “ทำไมถึงมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากขนาดนี้คะ”

คุณ X ตอบว่า “ผมเคยทำงานกับคนญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ยุโรป จีน เกาหลีใต้ อเมริกา อินเดีย

ผมเคยเจอสถานการณ์ที่คนอื่นมีวิธีการคิดไม่เหมือนกับเราและมีความคิดเห็นที่แตกต่างไป”

ผมจึงคิดว่าทำไมคนในต่างประเทศจึงคิดอย่างนี้หรือมีปฏิกิริยาแบบนี้

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การรับรู้ของคนก็เปลี่ยนตาม

แต่ DNA… ลึกๆ ข้างใน ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะผ่านไปนานแค่ไหน

ก็อาจมีสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน ผมจึงเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ของจีนและ

ญี่ปุ่นซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของผม

แม้คนจีนกับคนญี่ปุ่นจะมีใบหน้าคล้ายกัน

แต่ประวัติศาสตร์แตกต่างกันมาก ประเทศหนึ่งเป็นเกาะ อีกประเทศหนึ่งเป็นทวีป นี้คือจุดต่าง

ยิ่งได้อ่านหนังสือ ยิ่งมีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย

ว่าระหว่างคนจีนกับคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน “ทำไมจึงคิดแบบนี้” “ทำไมจึงปฏิบัติแบบนั้น”

ผมรู้ได้เพราะศึกษาประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 ประเทศ

และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคู่สนทนา

ถ้าการอ่านหนังสือดูยากไป ก็ดูภาพยนตร์หรือดูละครก็ได้

เมื่อเรารู้ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ

เราจะเข้าใจมาตรฐานของคู่สนทนา และสานต่อความสัมพันธ์อันดีได้”

เราคุยกันอยู่นาน 1 ชั่วโมงครึ่งได้ ซึ่งสำหรับคนญี่ปุ่นอย่างดิฉัน

ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับคนไทย ก็ต้องเรียนประวัติศาสตร์ไทย

เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ถ้าผู้อ่านมีเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเป็นชาวต่างชาติ

การศึกษาประวัติศาสตร์ของเขาจะช่วยให้เราเชื่อมโยงกับเขาและก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีได้ค่ะ

ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ

กรุณาคลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความภาษาญี่ปุ่นค่ะ

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!
สารบัญ