สวัสดีค่ะทุกท่าน
Essay ในครั้งนี้ดิฉันจะขอพูดถึง “วิธีทำและวิธีคิดในการตั้งเป้าหมายและวางแผน”
โดยจะอธิบายด้วยแผนภูมิ เนื่องจากการดูแผนภูมิจะทำให้มองเห็นภาพได้ง่าย
ในแผนภูมิต่อไปนี้ เส้นแนวตั้งคือ “ความยาก (Difficulty)”
ยิ่งสูงขึ้น ก็ยิ่งยาก
ส่วนเส้นแนวนอนคือ “เวลาที่ผ่านไป (Passage of Time)”
ยิ่งไปทางด้านขวา ก็คือเวลาที่ผ่านไปนาน

เมื่อตั้งเป้าหมายแล้วต้องดำเนินการตามลำดับต่อไป
ประเด็นของข้อนี้ คือ ทำตามอุดมคติ
ไม่ต้องสนใจเรื่องความรู้สึก สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ของท่าน ณ ตอนนี้
ในระยะนี้ต้องระมัดระวังทิศทางของลูกศร (สีส้ม)
ในตำแหน่ง “① Target 1” → “③ Current Location”
ประเด็นของข้อนี้คือห้ามกำหนดจากมุมมองของ “③ Current Location” ไป “① Target 1”
(× “③ Current Location” → “① Target 1”)
อยากให้ทุกท่านสังเกตแผนภูมิอีกครั้งว่ามีเป้าหมาย 2 จุด คือ “① Target 1” และ “② Target 2”
“① Target 1” อยู่ที่ตำแหน่งสูงจึงเข้าใจได้ว่ายากกว่า “② Target 2”

ถ้า “③Current Location” เป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนด Target ที่เป็นเป้าหมาย คือ
ใช้ “การคาดการณ์จากปัจจุบัน” เป็นเป้าหมาย
ในกรณีนี้เป้าหมายอาจต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับ “① Target 1” ตามที่กำหนดไว้ใน “② Target 2”
ซึ่งต่ำลงคือความยากลดลง
ใน “① Target 1” จะมี “④ Way of Behavior in ① (การกระทำ ①)”
“② Target 2” ก็เช่นเดียวกัน มี “⑤Way of Behavior in ② (การกระทำ ②)”
ซึ่งเส้นแนวตั้งความยาวจะไม่เท่ากัน
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าจุดมุ่งหมายของ “① Target 1” กับ
“② Target 2” ซึ่งเป็นเป้าหมายมี “การกระทำ”ไม่เหมือนกัน
ยิ่งเป้าหมายสูงยิ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนการกระทำ
ไม่ว่าจะมุ่งไปที่ “① Target 1” แต่ไม่สำเร็จตามเป้าหมาย
แต่การกระทำจะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงเป็น feedback ได้
ถ้ามุ่งไปที่ “① Target 1” แล้ว “② Target 2” ก็อาจสำเร็จได้
แต่ถ้าตั้ง “② Target 2” เป็นเป้าหมาย
เรารู้อยู่แล้วว่าอาจสำเร็จได้ด้วยปัจจัยภายนอก เช่น
สิ่งแวดล้อม (เศรษฐกิจดีขึ้น)
แต่มากกว่านั้นเราจะไม่สามารถทำสำเร็จด้วยตนเองได้
เพื่อไม่ให้ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยข้างนอก เช่น
สิ่งแวดล้อมต่างๆ จึงจำเป็นตั้งเป้าหมายให้สูง
และเป้าหมายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจำเป็นต้องขับเคลื่อนเอง
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ


