ความรู้สึกว่า “ลองทำดู” และความสำคัญของการลงมือทำ

0
237

สวัสดีค่ะทุกท่าน 

วันนี้ดิฉันจะเขียนเกี่ยวกับความรู้สึกว่า “ลองทำดู” และ “ความสำคัญของการลงมือทำ 

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้พบเจอกับเรื่องราวใหม่ๆ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม  

ซึ่งเมื่อคนเราอายุมากขึ้นก็มักจะวิตกกังวลเวลาที่ต้องเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าถ้าผิดจะทำอย่างไร ไม่เคยทำมาก่อน และไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า…เป็นต้น โดยมีเหตุให้ต้องกังวลต่างๆ นาๆ 

แต่ดิฉันคิดว่าถ้าไม่มีความคิดที่จะลองทำดูและลงมือทำ การพัฒนาคนและสังคมก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะเราอาจไม่ทราบถึงผลลัพธ์ที่ได้จากสิ่งนั้น  

หากไม่มีความคิดที่จะลองทำดูและลงมือทำ ก็เป็นที่น่าเสียดายที่คนและสังคมจะถดถอยลง เพราะไม่มีการเติโต เหมือนที่ประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่ายิ่งเป็นสังคมอนุรักษ์นิยม ก็จะยิ่งถดถอย  

อย่างไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นผลที่ได้จากความคิดว่า “ลองทำดู” ของคนๆ หนึ่ง เช่น เราทราบกันดีว่า Edison เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟ ซึ่งเขาได้ทิ้งคำคมที่มีชื่อเสียงไว้มากมา เช่น ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่ค้นพบ 10,000 วิธีที่ไม่ได้ผล” นี่เป็นคำพูดที่เขากล่าวไว้ 

เช่นเดียวกับที่ดิฉันบริหารบริษัท บริษัทที่ไม่มีคำว่า “ลองทำดู” ดิฉันคิดว่า “บริษัทนี้อาจไปต่อไม่ได้”  

แม้ว่าจะมีสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าไม่ลงมือทำก็จะไม่เข้าใจ  

เมื่อคิดถึงการพัฒนาบุคลากรและบริษัท ดิฉันจึงอยากให้ความสำคัญต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำมากกว่าผลที่ได้จากการไม่ลงมือทำ  

เวลาเปรียบเทียบคนที่ลงมือทำอย่างต่อเนื่องกับคนที่ไม่ทำอะไรเลย “ประสบการณ์ของคนที่ลงมือทำ” ย่อมมีคุณค่ามากกว่า 

เมื่อเราจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ แน่นอนว่าต้องรู้สึกกลัว แต่ใครๆ ก็ต้องมี “ครั้งแรก”  

แม้ว่าในตอนนี้จะไม่ทำและปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่ก็จะต้องเจอสถานการณ์เดิมซ้ำอีก 

ความรู้สึกว่า “ลองทำดูและการลงมือทำ” จึงเป็นปจจัยสำคัญเพื่อสีสันของชีวิต 

 

ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ 

Ampere
Author: Ampere

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here