ข่าวประชาสัมพันธ์

การไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สวัสดีค่ะทุกท่าน Essay ในครั้งนี้จะขอพูดถึงเรื่องส่วนตัวนะคะ

ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2561 ดิฉันจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยมีห้วข้อการศึกษาวิจัย คือ
“ปัญหาและการบริหารจัดการแรงงานสำหรับบริษัทต่างชาติในประเทศไทย”

ดิฉันมาเมืองไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2541 ปีนี้ก็อยู่เมืองไทยมาครบ 20 ปีแล้ว จากการได้มาอยู่และได้ทำงานที่นี้
ทำให้ดิฉันมีความคิดว่า “อยากทำในสิ่งที่จะช่วยพัฒนาประเทศไทย” และ “อยากทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย”

แม้จะต้องเรียนก็จะยังทำงานไปด้วย เมื่อเริ่มต้นสมัครเรียน ดิฉันจึงทำ “แผนการวิจัย”
ไม่ใช่แค่เรียนและทำวิจัยอย่างเดียว ดิฉันตัดสินใจแล้วว่าอยากทำวิจัยเพื่อช่วยประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่น และช่วยสังคม
ดิฉันขออนุญาตเขียนถึงแผนการวิจัยของดิฉันนะคะ

《ระเบียบวิธีวิจัย》
[หัวข้อวิจัย]
“ปัญหาและการบริหารจัดการแรงงานสำหรับบริษัทต่างชาติในประเทศไทย”

[บริบทการทำวิจัย]
ในปี 2544 ดิฉันได้จัดตั้งบริษัทขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันดิฉันเป็นผู้บริหารบริษัทแปลเอกสาร
บริษัทจัดหาล่าม และบริษัททำหนังสือ ด้วยตำแหน่งของดิฉัน ดิฉันจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายไทย
โดยเฉพาะกฎหมายแรงงาน ก่อนหน้านี้ดิฉันเข้าใจภาษาไทยแต่ไม่เข้าใจเรื่องกฎหมาย
เพราะไม่มีความรู้ด้านกฎหมายของญี่ปุ่น ในฐานะผู้บริหารบริษัทแปลเอกสาร ดิฉันจึงคิดเสมอว่า
“ถ้าไม่มีความรู้ด้านกฎหมายในภาษาแม่ ก็จะไม่สามารถเข้าใจกฎหมายในภาษาอื่นได้”
ถ้าไม่เข้าใจกฎหมายที่เป็นภาษาแม่ถึงจะสามารถใช้ภาษาไทยได้ แต่ก็เข้าใจเรื่องกฎหมายได้ยาก

ดิฉันจึงเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Nihon เมื่อเดือนเมษายน ปี 2553 และจบการศึกษาในเดือนมีนาคม 2557
เมื่อดิฉันได้ศึกษาด้านกฎหมายที่ประเทศญี่ปุ่นจึงเริ่มเข้าใจกฎหมายของประเทศไทย
แต่มีความเข้าใจเพียงบางส่วนยังนำมาเชื่อมโยงกันไม่ได้ จนต่อมาเมื่อสามารถเชื่อมโยงกฎหมายกับการบริหารบริษัทได้แล้ว
ดิฉันจึงเข้าใจว่ากฎหมายไทยกับกฏหมายญี่ปุ่นแตกต่างกันอย่างไร ตัวอย่างคดีต่างกันอย่างไร
การตีความและความขัดแย้งระหว่างกฎหมายกับการปฏิบัติเป็นอย่างไร

ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2558 ดิฉันได้ไปเป็นอาจารย์ที่ส.ส.ท. โดยสอนเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานของไทย
ให้แก่ผู้แทนนิติบุคคลจากบริษัทญี่ปุ่นต่างๆ แล้วก็บริหารบริษัทไปด้วย ดิฉันจึงนำงานไปปรับใช้
ในการสอนกฎหมายว่าด้วยแรงงานของประเทศไทย ความแตกต่างของตัวอย่างคดีความ
ความขัดแย้งระหว่างกฎหมายกับการปฏิบัติ ความแตกต่างระหว่างกฎหมายไทยกับกฎหมายญี่ปุ่น
และความแตกต่างในการตีความในแง่ของกฎหมายแรงงาน

ดิฉันคิดว่าควรมีวิธีการแก้ปัญหารูปแบบอื่นก่อนที่จะนำหลักทางกฎหมาย
มาใช้ในการแก้ปัญหาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการ
นำกฎหมายมาใช้เพียงอย่างเดียว ต้องลองวิธีการอื่นๆ ก่อนที่จะนำหลักกฎหมายมาใช้

ในฐานะที่ดิฉันเป็นครู ยิ่งสอนกฎหมายว่าด้วยแรงงาน ยิ่งคิดว่าไม่ว่าจะคนไทยหรือคนญี่ปุ่น
สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารและความเข้าใจกัน ในเวลาที่สอนมักจะมีคำถามเกี่ยวกับ
“วิธีป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการจ้างงาน” จากผู้มาฟังบ่อยครั้ง ในความเป็นจริงก็สามารถนำกฎหมายมาใช้ได้
แต่ให้คิดว่าอะไรคือสาเหตุและเราอาจป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น

ทั้งนี้ “ปัญหาและการบริหารจัดการแรงงานสำหรับบริษัทต่างชาติในประเทศไทย”
เป็นบริบทการทำวิจัยในฐานะชาวต่างชาติที่ใช้ประสบการณ์การบริหารบริษัทในประเทศไทย

[วัตถุประสงค์ของการวิจัย]
เพื่อแสดงให้เห็นระเบียบวาระและแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาแรงงาน
และช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

[การทบทวนวรรณกรรม]
การทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ข้างต้นและสรุปแนวความรู้

[วิธีวิจัย]
ใช้ความรู้ก่อนการวิจัยและประสบการณ์ส่วนตัวในการตั้งสมมติฐานว่า
“การควบคุมจะทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง” หรือ “ดีขึ้น”
และการสอบถามบริษัทญี่ปุ่นที่มาทำธุรกิจในไทยและบริษัทไทย

[เป้าหมายการวิจัย]
งานวิจัยนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นและจะช่วยสร้างสันติในโลกได้


สามารถ Download เวอร์ชั่น ภาษาญี่ปุ่นได้ที่
http://tjprannarai.co.th/th/publication/THAEssay.html