ข่าวประชาสัมพันธ์

จงเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถ้าคุณอยากรู้จักประเทศและคนในประเทศนั้น วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คำพูดนี้เจ้าของอาคารที่เราอยู่ (นามสมมติว่าคุณ X) เคยบอกดิฉันไว้ ถ้าดิฉันได้พบเขา
ดิฉันมักจะถามเรื่องต่างๆ จากเขา เพราะเรื่องของเขาสนุกและน่าสนใจมาก

ก่อนอื่น ดิฉันขอแนะนำให้รู้จักคุณ X ก่อน คุณ X เป็นชายไทย อายุประมาณ 60 ปี มีพี่น้อง 6 คน โดยเขาเป็นคนที่ 4
สมัยที่คุณพ่อของคุณ X อายุได้ 18 ปี (ปัจจุบันอายุ 100 ปี) ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน
คุณ X จึงเกิดที่เมืองไทยซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 2

คุณ X ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจสิ่งทอ ปัจจุบันคุณ X เป็น Partner ของบริษัทญี่ปุ่น
ในธุรกิจสิ่งทอและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่ใครๆ ก็รู้จัก
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยที่ไทย คุณ X ก็ไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี
และพี่น้องทุกคนก็มีโอกาสได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

วันนั้นดิฉันเห็นคุณ X อยู่คนเดียว ดิฉันจึงเข้าไปทักและได้พูดคุยกัน ดิฉันทราบว่าคุณ X มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลก
ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และมีความรู้ด้านศาสนาด้วย

ดิฉันจึงถามคุณ X ว่า “ทำไมถึงมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์มากขนาดนี้คะ”

คุณ X ตอบว่า “ผมเคยทำงานกับคนญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ยุโรป จีน เกาหลีใต้ อเมริกา อินเดีย
ผมเคยเจอสถานการณ์ที่คนอื่นมีวิธีการคิดไม่เหมือนกับเราและมีความคิดเห็นที่แตกต่างไป

ผมจึงคิดว่าทำไมคนในต่างประเทศจึงคิดอย่างนี้หรือมีปฏิกิริยาแบบนี้

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การรับรู้ของคนก็เปลี่ยนตาม แต่ DNA....ลึกๆ ข้างใน
ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะผ่านไปนานแค่ไหน ก็อาจมีสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน ผมจึงเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ของจีน
และญี่ปุ่นซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของผม

แม้คนจีนกับคนญี่ปุ่นจะมีใบหน้าคล้ายกัน แต่ประวัติศาสตร์แตกต่างกันมาก ประเทศหนึ่งเป็นเกาะ อีกประเทศหนึ่งเป็นทวีป
นี้คือจุดต่าง ยิ่งได้อ่านหนังสือ ยิ่งมีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย ว่าระหว่างคนจีนกับคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน “ทำไมจึงคิดแบบนี้”
“ทำไมจึงปฏิบัติแบบนั้น” ผมรู้ได้เพราะศึกษาประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 ประเทศ และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคู่สนทนา

ถ้าการอ่านหนังสือดูยากไป ก็ดูภาพยนตร์หรือดูละครก็ได้ เมื่อเรารู้ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ
เราจะเข้าใจมาตรฐานของคู่สนทนา และสานต่อความสัมพันธ์อันดีได้”

เราคุยกันอยู่นาน 1 ชั่วโมงครึ่งได้ ซึ่งสำหรับคนญี่ปุ่นอย่างดิฉัน ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับคนไทย ก็ต้องเรียนประวัติศาสตร์ไทย
เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ถ้าผู้อ่านมีเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเป็นชาวต่างชาติ
การศึกษาประวัติศาสตร์ของเขาจะช่วยให้เราเชื่อมโยงกับเขาและก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีได้ค่ะ

ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ