ข่าวประชาสัมพันธ์

เวลาสอนงานไม่กลัวหรือ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

หัวข้อในครั้งนี้ คือ “เวลาสอนงานไม่กลัวหรือ”
ในเรื่องนี้คำว่า “ความรู้ความชำนาญ” จะหมายถึงทักษะและความรู้ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของบริษัท
วันหนึ่งดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่เป็นผู้บริหารเหมือนกัน (ใช้นามสมมุติว่าคุณซาโตะ)
เราคุยกันเรื่องการสอนงานพนักงานในบริษัท
บริษัทของคุณซาโตะเป็นบริษัทดูแลระบบอุปกรณ์ เวลาที่คุณซาโตะสอนงานพนักงาน คุณซาโตะจะสอนเฉพาะทักษะ,
การตลาด, กฎหมาย แต่จะไม่สอนลงลึกในรายละเอียด
ดิฉันถามว่า “ทำไมถึงไม่สอนรายละเอียดคะ” คุณซาโตะตอบมาว่า
“คุณไม่กลัวเวลาที่ถ่ายทอดความรู้ความชำนาญให้คนอื่นหรือ”
ไม่ใช่แค่คุณซาโตะคนเดียว แต่คนส่วนใหญ่ที่มีลูกน้องจะไม่ค่อยถ่ายทอดความรู้และทักษะของตนให้ลูกน้อง
ท่านผู้อ่านคิดเหมือนกันไหมคะ
ดิฉันจึงถามคุณซาโตะต่อว่า “ทำไมถึงไม่สอนล่ะคะ” เขาตอบว่า
“ถ้าสอนรายละเอียดที่เป็นความรู้ความชำนาญของเรา ลูกน้องก็จะรู้ทั้งหมด ผมจึงไม่สอนส่วนที่สำคัญและไม่จำเป็น
เพราะถ้าสอนแล้ว คุณค่าของเราและความพิเศษของบริษัทก็จะหมดไป”
พอได้ฟังแบบนั้น ดิฉันก็ลองกลับมาคิดทบทวนดู.....
ดิฉันเองก็มีลูกน้องทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น ซึ่งในกรณีของดิฉันไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนญี่ปุ่น
ดิฉันจะสอนสิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้มาทั้งหมด โดยจะเลือกสอนตามความจำเป็น
สถานการณ์ และความรู้ความสามารถของพนักงาน โดยสอนทั้งความรู้ วิธีคิด และประสบการณ์ของดิฉัน
ถึงแม้หลังจากที่ดิฉันสอนงานให้แล้ว พนักงานจะลาออกจากบริษัทโดยมีความรู้ความชำนาญติดตัวไป
ดิฉันก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ใช่ว่าคนอื่นจะสามารถรับเอาความรู้และประสบการณ์ของดิฉันไปได้ทั้งหมด
ดิฉันคิดว่าการสอนคนอื่นย่อมมีประโยชน์กว่าเก็บไว้เอง เพราะจะสามารถนำความรู้
และประสบการณ์ที่สั่งสมมาไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย
ทั้งนี้ เมื่อดิฉันถ่ายทอดความรู้ความชำนาญให้พนักงานแล้ว พนักงานก็จะมีความรู้มากขึ้น
และความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย โดยจะเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาสังคมไทยและพัฒนามนุษย์
ซึ่งถือเป็นความภูมิใจสูงสุดในฐานะผู้บริหาร


คำถามที่ว่า “เวลาสอนงานไม่กลัวหรือ” ดิฉันจึงตอบได้เลยว่าไม่กลัว
และดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ