Loading...

มาอธิบายความหมายและเหตุผลของ

การกระทำกันเถอะ

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ปัจจุบันดิฉันอยู่ในระหว่างการเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทในหัวข้อ
“การวิเคราะห์นโยบายการจัดการทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทญี่ปุ่น
ในประเทศไทย - วัฒนธรรมประจำชาติหรือวัฒนธรรมของบริษัท
สิ่งใดสำคัญกว่า” โดยดิฉันมีโอกาสได้สัมภาษณ์บุคคลหลายท่าน และมีผู้ที่บอกว่า
“ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทยกับญี่ปุ่น แนวโน้มของคนไทย
มักจะไม่รายงานเมื่อเกิดข้อผิดพลาด”
ซึ่งดิฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาจากทั้งคนไทย คนญี่ปุ่น
หรือแม้แต่คนต่างชาติ รวมทั้งเคยอ่านเจอในหนังสือ
หรือเอกสารแนะนำเกี่ยวกับวัฒนธรรมของไทยด้วย
เท่าที่ดิฉันทราบมาสาเหตุของการไม่รายงานนั้นก็เนื่องมาจาก
“เป็นความผิดพลาดของแต่ละคน ซึ่งคนอื่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเงียบ”
แต่การทำงานที่บริษัทหรือการทำงานเป็นหมู่คณะ
ถ้ามัวเก็บเงียบจะทำให้รู้ปัญหาล่าช้าและเกิดความเสียหายร้ายแรง

วันก่อนอาจารย์มหาวิทยาลัยคนไทยเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้ดิฉันฟังว่า
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมทางสังคม
ที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ดังนั้นการจะสร้างสภาพแวดล้อมดังกล่าวขึ้นด้วยตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่บริษัท
สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การตั้งคำถามกับตนเอง
เราจะบ่มเพาะลักษณะนิสัยขึ้นได้ ถ้าเจตนาและเหตุผลมีความชัดเจน แล้วลงมือทำ
ถามตัวเองว่าทำไมจึงทำสิ่งนี้
สิ่งนี้มีความจำเป็นอย่างไร

บริษัทของดิฉันเองมีการจัดประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการ
(Strategic plan work shop) และจัดทำแผนการปฏิบัติ
โดยแผนดังกล่าวจะระบุไว้ว่า “บรรลุผล” หรือ “Feed Back”
หลังจากได้ลงมือปฏิบัติแล้ว ซึ่งอาจจะบรรลุผลหรือไม่บรรลุผลก็เป็นได้
แต่ถ้าไม่บรรลุผลจะต้องมี “Feed Back”
เพราะอย่างน้อยก็ได้ทราบสาเหตุที่ทำไม่ได้นั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่น การเจอความผิดล่าช้าหรือการไม่รายงาน
สิ่งเหล่านี้มักจะไม่มีการให้คำนิยามไว้และพนักงานก็ไม่เข้าใจความหมาย
ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจำเป็น ทำไมถึงต้องทำ
ดังนั้น “เรื่องปกติ” ของทุกท่านอาจเป็น “เรื่องไม่ปกติ” ก็ได้
การเข้าใจความหมายและเหตุผลของคำพูดและการกระทำ
จึงช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น

ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ

สามารถ Download เวอร์ชั่น ภาษาญี่ปุ่นได้ที่
http://www.tjprannarai.co.th/publication.html