Loading...

สงสัยใคร่รู้ แต่รู้แบบผิวเผิน

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

วันหนึ่งดิฉันได้ยินมาว่า
“สงสัยใคร่รู้ไปหมดทุกเรื่อง ถ้ามีอะไรดีกว่าที่มีอยู่ในตอนนี้ก็จะรีบคว้าทันที แต่สุดท้ายก็ได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ”

ดิฉันเห็นด้วยในเรื่องนี้ เพราะดิฉันเองก็เป็นคนที่สงสัยใคร่รู้ไปหมด และถ้าอยากรู้เรื่องอะไรก็จะรีบคว้าไว้ทันที เช่น การทำงาน การเรียน อะไรก็ได้ในระหว่างทางที่จะไปสู่เป้าหมาย (= สิ่งที่ต้องการให้สำเร็จ) โดยมักจะมีเรื่องอื่นที่รู้สึกว่าปิ๊งขึ้นมา และเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะออกนอกเส้นทางที่จะไปสู่เป้าหมาย

สมมุติว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ มีเป้าหมายว่าจะไปภูเก็ตและกำลังจะไปขึ้นเครื่อง แต่บังเอิญไปเห็นโฆษณาความสวยงามของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็รู้สึกปิ๊งขึ้นมาว่า “เออ ไปชมวิวภูเขาที่แม่ฮ่องสอนก็ดีนะ” จึงบินไปที่แม่ฮ่องสอนแทน แล้วเป้าหมายเดิมที่ “ภูเก็ต” ล่ะ อาหารทะเลอร่อยๆ ล่ะ

เมื่อเปลี่ยนเป้าหมาย (ภูเก็ต⇒แม่ฮ่องสอน) ผลลัพธ์ที่ได้ก็เปลี่ยนไป (อาหารทะเลอร่อยๆ⇒ชมวิวภูเขา) แต่เมื่อเปลี่ยนเครื่อง จึงคิดได้ว่าต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่คิดว่าการสงสัยใคร่รู้จะไม่ดีไปเสียหมด เพียงแต่คิดว่าถ้าการทำงานไม่ชัดเจน เราจะมีความน่าเชื่อถือหรือเปล่า ไหนจะเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย สรุปว่าที่จริงแล้วอยากจะทำอะไร

ดิฉันจึงคิดว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จได้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องรู้ให้ลึกและทำอย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ

สามารถ Download เวอร์ชั่น ภาษาญี่ปุ่นได้ที่
http://tjprannarai.co.th/th/publication/THAEssay.html